Love Bites

When a woman in love

A piece of paper

แสดงความเห็นโดย lovebites บน ตุลาคม 26, 2006

ผ่านมาหลายอาทิตย์แล้ว เกิดความสับสนหลายอย่างในชีวิต ไม่ถึงกับทุกข์ แต่ทำให้ไม่มีอารมณ์จะทำอะไรเลย
แต่ยังตามอ่านบล็อกของคนอื่นๆอยู่ตลอด คิดเรื่องที่จะเขียนของตัวเองไม่ได้สักที ไม่อยากทำตัวเป็นติสต์อะไรมากหรอก แต่มันไม่รู้จะเขียนอะไร เอาเป็นกลอนลอยๆไปตามอารมณ์ดีกว่า ลองดูละกัน

ว่างเปล่า
กระดาษสีขาว ไม่ต้องแต่งแต้ม หรือวาดอะไรลงไป
ความว่างเปล่าของกระดาษนั้น
ก็สามารถบอกได้ถึงอารมณ์ของคนๆหนึ่ง
เพราะ เขาทำให้กระดาษว่างเปล่า
ปล่อยมันไว้อยู่อย่างนั้น

แจกันใบโต
ใส่น้ำจนเต็มล้น
หยดหนึ่งของน้ำในแจกัน
หยดลงบนกระดาษใบที่ว่างเปล่า
เกิดร่องรอยของหยดน้ำ
อารมณ์ของคนเปลี่ยน
แม้ว่าน้ำจะแห้งไป รอยน้ำนั้นก็ยังคงอยู่

ว่างเปล่า แต่มีร่องรอย
ดูไกลๆ เหมือนปราศจากสิ่งใดๆ
หากมองให้ใกล้
จะเห็นรอยน้ำหยดนั้น
ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่
รอยน้ำก็ยังคงอยู่ บนกระดาษที่ว่างเปล่า

เขียนไปเขียนมา ก็สับสนกับความคิดตัวเองเหมือนกันนะเนี่ย ไปดีกว่า

เขียนแล้วใน All about me, Love | 6 Comments »

My life’s my own

แสดงความเห็นโดย lovebites บน กันยายน 29, 2006

วันนี้ไปกินข้าวเที่ยงกับนายที่ออฟฟิศ เนื่องจากให้เค้าเลี้ยงมาหลายมื้อแล้ว มื้อนี้เลยพาเค้าไปเลี้ยงซะหน่อย
ว่าแล้วก็เม้าท์นายนิดนึง เป็นชายกลางคนถึงเกือบสูงอายุ มีสถานภาพโสด และต้องย้ายมาอยู่ที่ประเทศนี้เพื่อทำหน้าที่ ให้เราคิดก็รู้สึกน่าสงสาร คงเหงาน่าดู เมืองนี้มันก็เหงาอยู่แล้วด้วย แต่เค้ากลับบอกว่า ชอบอยู่คนเดียว อยู่บ้าน มันทำให้เกิดความคิดหลายๆอย่างและให้มุมมองอีกด้านหนึ่งของคนๆนึง

เอาเป็นว่าทำให้มานั่งคิดถึงคนที่ใช้ชีวิตโสดจนอายุมากเท่านี้ ทั้งผู้ชายผู้หญิง บางทีก็น่าอิจฉาว่าไม่ต้องมานั่งห่วงใคร ไม่ต้องมานั่งดูแลใคร แต่มันก็อีกแหละ การที่ไม่มีใครให้คิดถึง คงแปลกๆเหมือนกัน เพราะการได้รู้สึกคิดถึง ห่วงหา เป็นห่วง ต่างๆนาๆ ทำให้ชีวิตเรามันมีสีสัน รู้ว่าจะอยู่ไปเพื่ออะไร อยู่เพื่อใครนอกจากตัวเอง ทำวันนี้เพื่อใคร เพื่ออะไร

อาจจะเป็นการเอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานมากเกินไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะยึดติดกับใครคนนึงจนมากเกินไป ชีวิตเราก็เป็นของเราอยู่แล้ว เพียงแต่ การได้ดูแลและมีอีกหนึ่งชีวิตมาให้ก้าวไปพร้อมๆกัน มันก็ทำให้ชีวิตมีความสุข มีความทุกข์ มีความเศร้า เคล้ากันไป มันคุ้มค่ากว่ามั้ยนะ

“มีคนโยนก้อนหินมาให้ก้อนนึง
บอกว่ามันคือเพชรเม็ดงาม
ฉันได้แต่จ้องมอง
หวังว่าสักวันนึงมันจะมีค่าขี้นมา

รอมานานหลายปี
หินก้อนนั้นก็ยังเป็นสีดำ
เปรอะเปื้อนเหมือนเดิม
ฉันสงสัยว่า ทำไมถึงเรียกว่าเพชร

สุดท้ายก็พบว่า
หินก้อนนั้น มันต้องถูกเจียระไนก่อน
มันถึงจะกลายเป็นเพชรเม็ดงาม
มันจะให้คุณค่าและราคา

ผิดที่ฉันเองใช่ไหม
ที่ไม่ได้เจียระไนเพชรเม็ดนั้น
คิดว่าหินนั้นจะกลายเป็นเพชรได้เอง
แล้วก็รู้ว่า ถึงฉันจะมีหิน หรือเปลี่ยนมันให้กลายเป็นเพชร
มันก็ไม่ได้มีความหมายกับฉันเลยสักนิดเดียว
เพราะเมื่อเวลาผ่านไป ฉันก็คงไม่ได้เอาหินหรือเพชรมากำหนดชีวิต
เพราะฉันเดินทางชีวิตด้วยตัวเอง
หินหรือเพชร มันก็แค่เครื่องประดับ
ไม่ใช่ตัวกำหนดว่าฉันเป็นใคร เป็นมาอย่างไร”
By lovebites 29/09/2006

เขียนแล้วใน All about me | 4 Comments »

Take it for granted

แสดงความเห็นโดย lovebites บน กันยายน 28, 2006

Sorry, I Never told you, all I wanted to say……. Now it’s too late to hold you….
‘Cause you’ve flown away, so far away…..
กำลังฟังเพลงนี้อยู่ ที่ Mariah Carey ร้องกับ BoyzIIMen พอฟังจบแล้วครั้งนึง ก็อยากจะฟังแล้วฟังอีก มารายห์เป็นนักร้องที่(ไม่รู้มีคนไม่ชอบรึเปล่านะเนี่ย) เป็นนักร้องที่เวลาร้องแล้วจะมีอารมณ์ใส่ในแต่ละเพลง ทำให้ถ่ายทอดความรู้สึกของแต่ละเพลงออกมาได้ดี ไม่รู้สิ รู้สึกชอบตรงที่ฟังแต่ละเพลงแล้วรู้สึกถึงมันได้จริงๆ

ส่วนเพลงนี้คือเพลง One Sweet Day ฟังแล้วอยากจะบอกรักคนรอบข้าง ไม่อยากให้เค้ารู้สึกว่าเราไม่แคร์ แม้ว่าจะไม่มีเวลามานั่งบอกความในใจกันตลอดเวลา ยิ่งพอมาถึงท่อนที่บอกว่า
Darling, I never showed you.
Assumed you’d always be there.
I took your presence for granted.
But I always cared
And I miss the love we shared….

จริงๆใส่เนื้อร้องเพลงนี้ไว้นานแล้วเหมือนกัน แต่ว่าวันนี้ ความรู้สึกมันมากกว่าเดิม อาจจะเพราะคิดถึงเมืองไทย คิดถึงใครๆที่เคยอยู่รอบข้างหลายๆคน ไม่อยากให้ one sweet day กลายเป็นวันที่สายไป และอยากจะบอกว่า ความรู้สึกที่มีให้กัน I never take it for granted…at all…..

เขียนแล้วใน All about me | Leave a Comment »

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.