Love Bites

When a woman in love

ประวัติเอกสารจากหมวดหมู่ ‘Travel’

Affirmation of Life

Posted by lovebites บน สิงหาคม 18, 2006

หายไปหลายวัน ไปทำงานที่เมลเบิร์น ก็ดี ได้เปลี่ยนบรรยากาศ ไปทุกครั้งก็รู้สึกชอบเพราะไม่วุ่นวายจอแจเหมือนซิดนีย์ แต่จำนวนคนก็เป็นล้านเหมือนกันทีแออัดกันอยู่ในใจกลางเมือง ทั้งคอนโด และอาคารสำนักงานต่างๆ ร้านค้าและร้านอาหาร มีคนบอกว่าเมลเบิร์นมีความเป็นอังกฤษมากกว่าเมืองไหนๆในออสเตรเลีย คนจะค่อนข้างแต่งตัวภูมิฐาน เน้นสีเข้มเป็นหลัก ก็จริงอย่างที่เค้าว่า มองไปหากไม่นับจำนวนนักเรียนต่างชาติที่เดินไปมา จะเห็นคนที่นี่ที่เป็นพนักงานออฟฟิศแต่งตัวสวยงาม เน้นสีดำเป็นหลัก นั่งกินอาหาร ดื่มกาแฟตามร้านที่อยู่เรียงรายสองข้างถนนหลักคือ Swanston Street ไปครั้งนี้ไปทำงานจริงๆ ไม่มีเวลาได้ดูอะไรมากมาย แต่ก็ออกไปเดินโต้ลมหนาวตอนเย็นบ้าง อยากจะไปที่เค้าสร้างใหม่คือ Docksland แต่ก็ไม่มีเวลาจริง คราวหน้าคงไม่พลาดแน่

อากาศเปลี่ยนแปลง เริ่มจะเข้าฤดูใบไม้ผลิ อะไรก็ดูสดใสขึ้น ทำให้อยากทำงานมากขึ้น จริงๆแล้วเป็นคนที่เอาใจใส่ในสิ่งที่ทำเสมอ มักจะทุ่มเทกับงานทุกอย่างที่ได้รับมอบหมาย แต่มีเพื่อนบอกว่าการที่ตั้งใจและคาดหวังกับสิ่งต่างๆมากเกินไป อาจจะทำให้เสียใจหากมันไม่ได้เป็นไปตามคาด เมื่อก่อนฉันก็เคยเจอปัญหาแบบนี้ แต่ตอนนี้ หลังจากทำงานมากกว่าสิบปี ก็รู้ว่าทุ่มเทอย่างดีที่สุดก็ดีอยู่แล้วสำหรับฉัน หากแต่อย่าคาดหวังมาก เพราะต่างคนก็ต่างที่มา จะหวังอะไรมากกับสิ่งทีได้รับ แค่ได้รู้สึกมีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำดีกว่า เพราะเชื่อว่าการทำกรรมดีก็จะได้รับสิ่งดีๆในชีวิตตอบแทน เหมือนที่พระท่านสอน ฉันก็รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เพราะชีวิตถึงแม้จะไม่ได้เริดหรู แต่ก็มักจะมีสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตเสมอ เพราะฉันมักจะทำแต่กรรมดี I believe in Karma what you give is what you get returned….คิดถึงเพลงนี้เลย

Affirmation by Savage Garden

I believe the sun should never set upon an argument
I believe we place our happiness in other people’s hands
I believe that junk food tastes so good because it’s bad for you
I believe your parents did the best job they knew how to do
I believe that beauty magazines promote low self-esteem
I believe I’m loved when I’m completely by myself alone
I believe in Karma what you give is what you get returned
I believe you can’t appreciate real love until you’ve been burned
I believe the grass is no more greener on the other side
I believe you don’t know what you’ve got until you say goodbye

I believe you can’t control or choose your sexuality
I believe that trust is more important than monogamy
I believe your most attractive features are your heart and soul
I believe that family is worth more than money or gold
I believe the struggle for financial freedom is unfair
I believe the only ones who disagree are millionaires

I believe in Karma what you give is what you get returned
I believe you can’t appreciate real love until you’ve been burned
I believe the grass is no more greener on the other side
I believe you don’t know what you’ve got until you say goodbye

I believe forgiveness is the key to your unhappiness
I believe that wedded bliss negates the need to be undressed
I believe that God does not endorse TV evangelists
I believe in love surviving death into eternity

I believe in Karma what you give is what you get returned
I believe you can’t appreciate real love until you’ve been burned
I believe the grass is no more greener on the other side
I believe you don’t know what you’ve got until you say goodbye

เขียนแล้วใน All about me, Travel | 2 Comments »

USA เที่ยวอเมริกา(2)ซานฟรานซิสโก

Posted by lovebites บน กรกฎาคม 25, 2006

อยากจะรอให้นิ้วหายเจ็บแล้วเขียนต่อ ก็กลัวว่าคนรออ่านจะรอนานไป เลยตัดสินใจเพียรพยายามเขียนสักหน่อยดีกว่า
มาต่อกันด้วยการเดินทางจากแอลเอไปซานฟรานซิสโกด้วยเกรย์ฮาวด์
จำไม่ได้แล้วว่าราคาเท่าไหร่ แต่ถูกกว่าเครื่องบินแน่นอน ออกเดินทางแต่เช้าสักประมาณ 8 โมงได้ เพื่อไปถึงซานฟรานประมาณเย็นๆ ฉันนัดกับเพื่อนที่โน่นให้ไปรับที่สถานี หวังว่าคงไม่คลาดกันนะ เพราะไม่ได้เอามือถือไปด้วย กะว่าหลงก็โทรไปที่บ้านเอาละกัน ต้องไปขึ้นรถที่สถานีหนึ่ง มองดูรอบๆ ไม่อยากจะบอกเลยว่ามีแต่พี่นิโกรทั้งนั้นที่ใช้บริการรถโค้ชนี้ บรรยากาศดูมืดๆพิกล พอขึ้นรถคิดว่าเอาวะ นอนๆไปเดี๋ยวก็ถึง แต่ก็ไม่ได้นอน เพราะบรรยากาศสองข้างทางเป็นภูเขาและวิวสวยงามไปตลอด ดีจัง และแล้วก็ถึงซานฟราน เพื่อนขับรถมารับและไปนอนบ้านเขา ซึ่งแชร์กับเพื่อนคนไทยอีก 3 คน ที่ลำบากสุดคือคนที่แชร์เอาพื้นที่ห้องนั่งเล่น ทำเป็นห้องนอน คนนี้เป็นนักคอมพิวเตอร์ มาดเซอร์ๆ จะเอาอะไรมาก นอนได้ก็พอ
รุ่งขึ้น เรามุ่งหน้าไปสู่ Napa Valley เพื่อทัวร์ชิมไวน์ แวะกินอาหารเช้าจานใหญ่ที่ Dennys ถนนใน Napa Valley ทั้งสองข้างทางเป็นบรรยากาศของไร่องุ่นและต้นไม้กำลังผลัดใบสีส้ม
สองข้างทาง โรแมนติกจริงๆ แต่ว่าไปกับเพื่อนน่ะสิ ก็เลยถ่ายรูปสวยๆกันซะมากกว่า ดีที่เพื่อนมีกล้องดีๆและถ่ายภาพเก่ง เพราะกลับมามีแต่ภาพสวยๆและประทับใจทั้งนั้น
เราแวะที่ Rutherford Grove…Provenance…Merryvale…
แวะเดินเล่น ถ่ายรูป ดูวิว ดูรถไฟที่นำคณะทัวร์ต่างๆมาเที่ยวที่นี่ และทัวร์สุดท้ายคือที่ไร่ Beringer ซึ่งเป็นไร่ไวน์ที่มีชื่อเสียงมากและเก่าแก่มาตั้งแต่ปี 1876 ชิมอยู่นาน ถ่ายรูปด้วย สุดท้ายก็เสียเงินซื้อไป 3 ขวด คือ Cabernet Sauvignon, Chardonnay และ อีกขวดคือ Zinfandel (เป็นครั้งแรกด้วยที่รู้ว่ามีไวน์ประเภทนี้ด้วย) รสชาติใช้ได้เลย ราคาที่เมืองไทยแพงมากเหมือนกัน แต่ฉันหมดไปแค่เกือบ 40 เหรียญสำหรับสามขวดนี้ ที่เคยรู้มาไวน์ยี่ห้อนี้ราคาเกือบพันหรือมากกว่านั้นที่เมืองไทย พอตอนนั่งรถกลับไม่อยากจะบอกว่ามึนๆ เลยทีเดียว หากไม่ใช่นักดื่มอย่างฉัน(ดื่มได้แต่ไม่เมาหัวราน้ำ)คงเมาพับไปแล้วมั้ง เราไปแวะที่ Pier 39 เพื่อเดินเล่นและถ่ายรูป เห็น Alcatraz ไม่ไกลนัก แต่ขี้เกียจไปต่อแถวรอขึ้นเรือข้ามฟากไปดูสถานที่จริง ดูแค่นี้ก็ได้ไม่อยากเห็นเท่าไหร่นักนะคุกน่ะ บริเวณโขดหินที่ Pier 39 มี sea lions (สิงโตทะเลนะ ไม่ใช่แมวน้ำ) อยู่เต็มไปหมดน่ารักดีเหมือนกัน (ยกเว้นกลิ่นของมัน ที่คละคลุ้งไปทั่ว) ฉันได้ซื้อ Dungeness crab สองตัวใหญ่เพื่อไปเป็นอาหารเย็นของเราวันนี้ ตัวนึงน่าจะใหญ่เท่าสองมือฉันทีเดียว จำไม่ผิดก็ตัวละ 14 เหรียญ วันนั้นที่บ้านรวมกัน 5 คน กินข้าวไข่เจียว กับปูนึ่งที่ฉันซื้อมา อิ่มอร่อยรอดไปอีกวัน นึกแล้วหิวเลยนะเนี่ย วันต่อไปเป็นทัวร์ในเมืองซานฟรานซิสโก ตามอ่านต่อนะ

เขียนแล้วใน All about me, Travel | Leave a Comment »

USA เที่ยวอเมริกา

Posted by lovebites บน กรกฎาคม 21, 2006

ปีนั้นลาพักร้อนได้สี่อาทิตย์ และการได้รับเงินเดือนเป็นดอลลาร์ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำในประเทศไทย ทำให้รู้สึกอยากจะไปเที่ยวเมืองนอก (ตอนนั้น 1 ดอลลาร์เท่ากับ 55 บาท) เพราะค่าเครื่องบินจะถูก แต่รวมแล้วทั้งทริปก็ไปแค่ 19 วัน นึกอยากจะไปเที่ยวอเมริกาเพราะอาย้ายไปอยู่ที่นั่น แน่นอนเมืองจุดหมายก็คือ LA เมืองที่คนไทยอพยพไปอาศัยอยู่จำนวนมาก รวมถึงอาฉันด้วย ศึกษาข้อมูลก็รู้ว่าต้องใช้เวลาเดินทางถึงกว่า 20 ชั่วโมงนอกเหนือจากการแวะเปลี่ยนเครื่องที่ญี่ปุ่นเพราะเราใช้บริการการบินไทย ในใจคิดไว้หลายอย่างว่าอยากไปที่ไหนบ้าง เพราะเคยดูสารคดีท่องเที่ยวมาเยอะ จดรายละเอียดไว้หมดว่าอยากไปไหนบ้าง คราวนี้ไปพร้อมพี่สาวและพี่เขยที่ต้องไปทำธุรกิจที่แอลเอเช่นกัน วันแรกที่ไปถึง ไม่ต้องพูดเลยว่าเหนื่อยจากการเดินทางโดยเครื่องบินแค่ไหน รู้แค่ว่าพอฉันหัวถึงหมอนก็นอนหลับสนิทมาตื่นก็เช้าอีกวันเลยทีเดียว เนี่ยแหละที่เขาเรียกว่า Jet lag ใช่ยิ่งกว่าใช่เสียอีก รุ่งขึ้นอามารับไปที่ Santa Monica Beach เป็นชายหาดที่ยาวสุดลูกหูลูกตา เราไปส่งพี่เขยและพี่สาวฉันที่งานเทศกาลภาพยนต์ทีจัดที่โรงแรมบนชายหาดแห่งนี้ ส่วนฉันก็วางแผนว่าจะไปเที่ยว universal studio ซะหน่อย มีเพื่อนร่วมทางด้วยคือเพื่อนของพี่เขย เป็นคนอเมริกัน แต่บ้านอยู่นิวยอร์ก ไม่เคยเที่ยวแอลเอ ดูสิ คิดแล้วตลก เหมือนบ้านอยู่เชียงใหม่ แต่ยังไม่เคยไปเที่ยวหาดใหญ่ อะไรประมาณนั้น
ฉันและเพื่อนอเมริกันก็พากันไป universal studio ไม่ได้รู้จักกันก่อนมาเลยนะ มาเจอกันก็ที่นี่แหละ แถมเป็นผู้ชายอีก ก็ยังดีที่ภาษาอังกฤษยังใช้ได้ดีสำหรับฉัน ก็เลยคุยกันได้รู้เรื่อง เหมือนจะเดทแบบแปลกๆ แต่ช่างมันดีกว่าไม่มีเพื่อนเที่ยววะ เราก็เที่ยวหมดในสตูดิโอ ทั้งนั่งรถราง ไปโรงถ่ายหนังเรื่อง ET ที่เขามีฉากให้เรานั่งปั่นจักรยานและพาเหาะได้เหมือนในหนัง ทำอย่างกับตัวเองอายุเจ็ดขวบ สนุกเหลือเกิน พอตกเย็น อามารับพาไปส่งที่ซานตาโมนิกา ให้เดินห้างรอพี่สาว เฮ้อ
อีกวัน อาพาขับรถไปลาสเวกัส ไม่เคยคิดว่าชีวิตจะทุลักทุเลอีก มีแต่ฉันกับพี่สาวที่ไปพร้อมกับอา ขับรถไปก็หลายชั่วโมงจากแอลเอ พอถึงก็ประมาณ 3 ทุ่ม อาบอกว่ากลางคืนนี่แหละมันส์สุด ก็จริง ประมาณสัก 10 กิโลก่อนถึงลาสเวกัส จะเห็นเหมือนมีแสงสว่างกระจายกลางทะเลทรายข้างหน้า นั่นแหละ เมืองแห่งแสงสีลาสเวกัส พอใกล้เข้าไป ก็เต็มไปด้วยคาสิโน โรงแรม ฉันกับพี่สาวเดินทั่วไปหมด ไม่ว่าจะเป็น Golden Nugget, Bellagio, Stardust, Riviera, ดูน้ำพุดนตรีกลางเมือง และชมการแสดงที่ Treasure Island อันนี้ประทับใจสุด กว่าจะเสร็จก็เกือบๆตี 4 พอดี อย่างว่าเราทัวร์แบบคนจนก็เลยกลับไปนอนบนรถ รอจน 7 โมงเช้า อาก็พอขับรถกลับแอลเอ และแวะ outlet ระหว่างทาง ได้เวลาเสียเงิน อย่างฉันก็คงเป็นรองเท้า แทบจะนอนอยู่ในนั้นเลยทีเดียว ใช้เวลากว่าชั่วโมง ได้มา 3 คู่ค่ะ คู่ละ 10 เหรียญ NineWest ด้วยที่เมืองไทยตอนเซลส์ถูกสุดก็คู่ละเกือบสามพันแล้ว โอย อยากจะอยู่ที่นี่มันทั้งวัน
พอกลับไปถึงแอลเอ ก็พบว่าพี่สาวฉันต้องบินกลับเมืองไทยก่อน ส่วนฉันยังมีเวลาอีกเกือบอาทิตย์ ทำยังไงดี ใครล่ะอยากจะอยู่กับอา ให้อาพาเที่ยว ต้องหาเพื่อนวัยเดียวกันซะหน่อย เลยคิดได้ว่า ไปหาเพื่อนแฟนที่เรียนอยู่ San Francisco ดีกว่า อ้อนอาอยู่นาน สุดท้ายอาบอกว่าถ้าจะไป ไม่ซื้อตั๋วเครื่องบินให้ ให้ไป Greyhound เอาวะ ดีกว่าไม่ได้ไป อย่างน้อยอาสัญญาว่าจะให้ซื้อตั๋วเครื่องบินให้ขากลับแทน
ตอนหน้าจะเล่าเรื่องเที่ยวซานฟรานให้ฟัง แล้วจะรู้ว่าซานฟรานซิสโกไม่ไปไม่ได้แล้ว

เขียนแล้วใน All about me, Travel | 4 Comments »

 
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.